สกลฯ-ล่องแพเขื่อนสิรินธร

Last updated: Sep 6, 2020  |  223 จำนวนผู้เข้าชม  |  เที่ยวปันสุข

สกลฯ-ล่องแพเขื่อนสิรินธร

 

สกลนคร+ล่องแพเขื่อนสิรินธร อุบลราชธานี โปรแกรม 2 วัน 1 คืน

วันที่หนึ่ง  : จ.สกลนคร-อุบลราชธานี-ล่องแพเขื่อนสิรินธร-เมืองเรืองแสง-วัดสิรินธรวราราม

06.00น.    คณะพร้อมกัน ณ จุดนัดหมาย จ.สกลนคร เก็บสัมภาระขึ้นรถ ออกเดินทาง สู่ จ.อุบลราชธานี
12.00น.      เดินทางถึง อ.สิรินธร นำท่านลงแพ ล่องแพเขื่อนสิรินธร และรับประทานอาหารเที่ยงบนแพ
ล่องแพเขื่อนสิรินธร ทริปล่องแพเขื่อนสิรินธรเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ
จะมีจุดจอดให้เที่ยวชมจุดต่างๆดังนี้
1.ไหว้พระวัดป่าโพธิญาณสาขาวัดหนองป่าพงเป็นวัดสายปฏิบัติร่วมทำบุญ ให้อาหารปลาให้อาหารลิงธรรมชาติ
2.ชมวิวหน้าเขื่อน
3.หาดทรายขาว(จุดกระโดดน้ำเล่นน้ำ)
4.หินตั่ง ผาช่องลอด
5.แซน้อย
6.หินรูปหัวใจ
บนแพจะมีห้องน้ำไว้บริการด้วย อิสระบนแพร้องเพลงคาราโอเกะ หรือเล่นน้ำตามอัธยาศัย
15.30น.     กลับเข้าฝั่ง ออกเดินทาง สู่ เดินทาง สู่ ด่านช่องเม็ก ให้ท่านได้ละลายทรัพย์ จับจ่ายซื้อของสินค้ามากมาย เพื่อเป็นของฝาก
จากนั้น       ชมเมืองเรืองแสง Chongmek Renovate ตั้งอยู่ใจกลางชุมชนช่องเม็ก จากแนวคิดของพระครูปัญญาวโรบล เจ้าอาวาสวัดสิรินธรวรารามภูพร้าวว่า รากของต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสงได้เลื้อยลงมาจากวัดภูพร้าว ปรากฎขึ้นกลางลานชุมชน ตามตำนานเล่าว่า ต้นไม้นี้เป็นไม้สวรรค์ มีกิ่งก้านออกดอกผลเป็นอัญมณี แก้ว แหวน เงิน ทอง ผ้าแพรสไบ แสงสว่างก่อเกิดงานเป็นศิลปะที่แตกแขนงนานัปการ
จากนั้น   ชมความงดงามตระการตาไว้อย่างน่าอัศจรรย์ ที่ วัดสิรินธรวราราม (ภูพร้าว) Unseen Thailand "ศิลปกรรมต้นไม้เรืองแสง" คือภาพเรืองแสงของประติมากรรมต้นกัลปพฤกษ์ที่ติดอยู่ผนังหลังโบสถ์ หรือต้นไม้สารพัดนึก อยู่ด้านหลังอุโบสถของวัดความมหัศจรรย์ของภาพต้นไม้ที่ค่อยๆ เปล่งแสงสว่างขึ้นสวนทางกับท้องฟ้าที่ค่อยๆ มืดลงยามพลบค่ำ มันเป็นภาพที่ประทับใจจนต้องนำมาบอกต่อ ตัวภาพต้นไม้จะคล้ายกับที่เคยเห็นในวัดเชียงทองที่หลวงพระบาง เก็บภาพแห่งความประทับใจ
ค่ำ          รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร
นำท่านเข้าที่พัก กุ๊กกิ๊กห้องพัก  (หรือเทียบเท่า) พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สอง  : อ.โขงเจียม –ผาแต้ม เสาเฉลียง –วัดถ้ำคูหาสวรรค์ –จ.สกลนคร
เช้า  อรุณสวัสดิ์ยามเช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร เดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม รับตะวันใหม่ก่อนใครในสยาม เชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ ซึ่งมีภาพเขียนสีที่มีอายุกว่า 3000 ปี เป็นภาพเขียนกลุ่มใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จะสะท้อนถึงวิถีชีวิต และอารยะธรรมของคนโบราณ ในดินแดนที่ชื่อว่าภาคอีสาน สามารถมอง เห็นความงามของสองฝากฝั่งไทย – ลาว ที่มีพียงแม่น้ำโขงขวางกั้น ก่อนกลับแวะถ่ายรูปคู่กับเสาเฉลียง เป็นแท่งหินขนาดใหญ่ มีรูปร่างคล้ายดอกเห็ด ที่ธรรมชาติสรรสร้างขึ้นมา เก็บภาพที่ระลึก  
12.00น.     รับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหาร
จากนั้น แล้วออกเดินทางต่อ เข้ากราบสรีระ หลวงปู่คำคนิง จุลมณี ที่มรณภาพไปแล้วแต่ร่างกายไม่เน่าเปื่อยที่วัดถ้ำคูหาสวรรค์ ที่สามารถมองเห็นวิวของฝั่งลาวและแม่น้ำโขงที่ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำมูล จนกลายเป็น แม่น้ำสองสี เป็นที่มาของคำว่า “โขงสีปูนมูลสีคราม”  พร้อมถ่ายรูปคู่กับฆ้องยักษ์ AEC ที่ตั้งอยู่หน้าวัด เก็บภาพแห่งความประทับใจ
16.00 น.       ได้เวลาส่งคณะออกเดินทางกลับ จ.สกลนคร โดยสวัสดิภาพ

 ...............................................................................................

อัตราค่าบริการ  ท่านๆละ      บาท
**ราคาเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี คิดครึ่งราคาของผู้ใหญ่

อัตรานี้รวม 
ü  ค่าอาหารที่ระบุตามรายการ
ü  ค่ารถและค่าน้ำมัน
ü  ค่าที่พัก1คืน
ü  ค่าไกด์และพนักงาน
ü  ค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุ+ค่าล่องแพ
ü  บริการ น้ำดื่ม น้ำอัดลม ผ้าเย็น ยาปฐมพยาบาล
ü ประกันอุบัติเหตุเดินทาง ท่านละ 1,000,000 บาท ตามเงื่อนไขกรมธรรม์

อัตรานี้ไม่รวม
      ค่า VAT หักภาษี ณ ที่จ่าย กรณีที่ต้องการใบเสร็จรับเงิน              
      ค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ และค่าใช้จ่ายส่วนตัว

Powered by MakeWebEasy.com