ทัวร์สิบสองปันนา จีน ล่องเรือทะเลสาบม่านเฟยหลง

cn12bn1

เชียงรุ้ง (สิบสองปันนา) : สวนป่าดงดิบ สวนม่านทิง วัดหลวงเมืองลื้อ หมู่บ้านไทลื้อมั่นซิว เมืองใหม่9จอม12เชียง ล่องเรือชมทะเลสาบม่านเฟยหลง Manfeilong ทะเลสาบมังกรบิน  รวม  โชว์พาราณสี  โชว์ที่ขึ้นชื่อและความยิ่งใหญ่อลังการ

Share

Share

      

โปรแกรมท่องเที่ยว 3 ประเทศ ไทย - ลาว - จีน บนเส้นทาง R3A
เชียงของ-ห้วยทราย-หลวงน้ำทา-เมืองหล้า-เชียงรุ้ง(สิบสองปันนา)

“เชียงรุ้ง หรือสิบสองปันนา เป็นอัญมณีแห่งสามเหลี่ยมทองคำใหญ่ แหล่งรวม 1 แม่น้ำ 2 ประตู 9 เจดีย์ (จอม) และ 12 หมู่บ้าน (เจียง) ผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมของไทลื้อและประเทศไทยกับวิถีสมัยใหม่เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เมืองแห่งธุรกิจนานาชาติ เมืองแห่งชนชาติไทลื้อ”

เขตปกครองตนเองชนชาติไท เชียงรุ้ง สิบสองปันนา มีเนื้อที่ประมาณ 19,700 ตารางกิโลเมตร มีอาณาเขตติดกับแขวงหลวงน้ำทา แขวงพงสาลี ของประเทศลาว และรัฐฉานของพม่า โดยมีชายแดนยาวถึง 966 กิโลเมตร และมีแม่น้ำโขงไหลผ่านตอนกลางสิบสองปันนา มีความหมายว่า "12 อำเภอ" คำว่า "พันนา" ไม่ได้หมายถึง นาพันผืน "พันนา" เป็นหน่วยการปกครองของคนไทในอดีต ตามหนังสือพงศาวดารโยนก เชียงรายมีพันนา พะเยามี ๓๖ พันนา ถ้าเท่ากับหน่วยการปกครองปัจจุบัน ก็คือ "อำเภอ"

เชียงรุ้ง (สิบสองปันนา) : สวนป่าดงดิบ สวนม่านทิง วัดหลวงเมืองลื้อ
ชมหมู่บ้านไทลื้อมั่นซิว เมืองใหม่9จอม12เชียง
ล่องเรือชมทะเลสาบม่านเฟยหลง Manfeilong ทะเลสาบมังกรบิน ชมเหยี่ยวจับปลา  
รวม  โชว์พาราณสี  โชว์ที่ขึ้นชื่อและความยิ่งใหญ่อลังการของเมืองเชียงรุ้ง ล่องเรือแม่น้ำโขง-ชมน้ำพุดนตรี-ช้อปปิ้งถนนคนเดิน

กำหนดการเดินทาง

วันที่หนึ่ง    อ.เชียงของ - ห้วยทราย -  แขวงบ่อแก้ว - หลวงน้ำทา - บ่อเต็น - บ่อหาน (ชายแดนจีน) - เมืองหล้า (เมืองหน้าด่านจีน)– เชียงรุ้ง สิบสองปันนา

06.00 น.       รับคณะที่ โรงแรมน้ำโขง ริเวอร์ไซด์ พร้อม รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (พร้อมถ่ายรูปทำวีซ่าแบบกรุ๊ป ตั้งแต่5ท่านขึ้นไป) จากนั้น        ออกเดินทางสู่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 (ฝั่งไทย)  นำท่านขึ้นรถปรับอากาศโดยสารซึ่งสัมปทานโดย บขส. ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 4 สู่ ด่านเมืองห้วยทราย (สปป.ลาว) ทั้งสองด่านห่างกันประมาณ 6 กม. และ ในการผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองทั้งสองฝั่ง(ไทย-ลาว) คณะต้องลากกระเป๋าหรือสัมภาระของตนเองเดินผ่าน ตม. ทั้งฝั่งไทยและลาว โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯคอยช่วยเหลือประสานงานที่ด่านให้กับคณะ  จากนั้น        ขึ้นรถปรับอากาศฝั่งลาว ออกเดินทางตามเส้นทางหมายเลข R3a ซึ่งเป็นถนนที่รัฐบาลจีนพยายามผลักดันให้เป็นเส้นทาง Logistics ในการลำเลียงสินค้าจีน สู่ ประเทศไทย ลาว พม่า เวียดนาม โดยทางรัฐบาลลาวได้รับการสนับสนุนเงินจากธนาคารพัฒนาแห่งเอเซีย (ADB) ปัจจุบันได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เปิดใช้เมื่อเดือนมีนาคม 2551 ที่ผ่านมา เดินทางผ่านเมืองสำคัญคือ เมืองเวียงภูคา สภาพเส้นทางในช่วงนี้  เป็นทางราบสลับกับขึ้นเขาเป็นบางช่วง ชมทิวทัศน์สองข้างทาง  ท่านจะได้สัมผัสกับธรรมชาติของป่าอันอุดมสมบูรณ์ เขียวขจี ลัดเลาะไปตามไหล่เขา และวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบพื้นบ้านของชาวลาว ซึ่งย้อนอดีตของเมืองไทยเมื่อหลายสิบปีก่อน
12.00 น.      รับประทานอาหารเที่ยง ณ เมืองหลวงน้ำทา  ที่ร้านอาหารครัวไทย หลังอาหาร เชิญท่านถ่ายรูปคู่กับหลักกิโลเมตรประวัติศาสตร์สำคัญ ที่ท่านจะพลาดไม่ได้ เพราะเป็นตำแหน่งที่แสดงให้เห็นว่าจุดที่ท่านยืนอยู่นั้นเป็นศูนย์กลางที่จะไปได้ 4 ประเทศจากร้านอาหารครัวไทย ประเทศลาว ท่านจะไปแต่ละประเทศได้ในวันเดียวถ้าท่านเริ่มตรงจุดนี้ คือ ไปไทย 185 ก.ม. ไปพม่า 150 ก.ม. (กำลังสร้างสะพานระหว่างเมืองเชียงกก ลาวกับเมืองเชียงลาบพม่า) ไปจีนสิบสองปันนา 216 ก.ม. และไปเวียดนาม เมืองเดียนเบียนฟู เพียง 362 ก.ม  จากนั้น         นำท่านเดินทาง สู่ สามแยกนาเตย แล้วไปยังด่านชายแดนลาวที่บ้านบ่อเต็น ซึ่งเป็นเขตเช่าที่รัฐบาลจีนทำสัญญาเช่าต่อรัฐบาล สปป.ลาว ในระยะยาวให้นักลงทุนชาวจีนได้มาเปิดทำธุรกิจการค้าชายแดนระหว่างจีน-ลาวให้บริการแก่นักท่องเที่ยว  และชายแดนจีนที่บ้านบ่อหาน ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของลาว/จีนแล้วออกเดินทางต่อผ่านเมืองหล้า เมืองหน้าด่านของจีนที่ติดกับประเทศลาว
19.00 น.       เดินทางถึงเมืองเชียงรุ้ง ซึ่งเป็นเมืองเอก เป็นเมืองที่สวยงามแห่งหนึ่ง มีสมญานามว่า “เมืองนกยูง” ตามเวลาท้องถิ่น (เวลาที่เชียงรุ้งเร็วกว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมง)   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นพาท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก

วันที่สอง    หมู่บ้านไทลื้อ–วัดหลวงเมืองลื้อ-ทะเลสาบม่านเฟยหลง(เหยี่ยวจับปลา)-ล่องเรือแม่น้ำโขง-น้ำพุดนตรี-ช้อปปิ้งถนนคนเดิน

เช้า          อรุณสวัสดิ์ยามเช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเยี่ยมชมวิถีชีวิตของคนสิบสองปันนาที่ ตลาดเช้าไทลื้อหรือตลาดสดสิบสองปันนา อิสระช้อปปิ้งชื้อของตามอัธยาศัย จากนั้นนำชม หมู่บ้านไทลื้อ  เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ของไทลื้อแห่งหนึ่งอยู่นอกเมืองของเชียงรุ้ง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 4 ก.ม. และสามารถชมบ้านเก่าๆ และวัดเก่าแก่ เลือกซื้อผลไม้ ของที่ระลึกต่างๆ ที่ตลาดหมู่บ้านนี้ได้ และได้ลิ้มลองอาหารการกินของคนไทลื้อ เช่น ขนมจีนชามใหญ่ และสามารถใช้ภาษาไทยหรือภาษาไทยเหนือสื่อสารกับคนไทลื้อได้      จากนั้น         ชม วัดหลวงเมืองลื้อ สิบสองปันนา ซึ่ง บริษัท พัฒนาการท่องเที่ยวหยวนห้าวจำกัดสิบสองปันนาได้ทุ่มเงินลงทุนเองถึง350ล้านหยวน เพื่อสร้าง วัดนิกายหินยาน หรือ เถรวาท และพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สุดในแถบนี้มาตั้งแต่ ปี 2548 สืบเนื่องจากตระหนักดีว่าศาสนาพุทธนิกายเถรวาทมีประวัติอันยาวนานในสิบสองปันนาพอๆกับในแถบเอเชียอาคเนย์เช่น ไทย ลาว กัมพูชา พม่า สถานที่แห่งนี้นอกจากจะเป็นที่แสดงวัฒนธรรมทางด้านศาสนาและวัฒนธรรมพื้นเมืองที่ตกทอดมาช้านานแล้วยังจะ เป็นที่ตั้งของวิทยาลัยศาสนาพุทธสิบสองปันนาเพื่อใช้เป็นที่ศึกษาวิจัยศาสนาพุทธนิกายเถรวาท และ ท้ายสุดจะเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมศาสนาพุทธนิกายเถรวาทอีกทั้งยังเป็นสถานที่ชาวไตหรือไทลื้อในแถบเอเชียอาคเนย์ได้สืบค้นเรื่องราวบรรพบุรุษของตัวเองได้
เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย       จากนั้นนำท่านล่อง ทะเลสาบม่านเฟยหลง Manfeilong หรือที่ชาวไทลื้อขนานนามว่า ทะเลสาบมังกรบิน  เพื่อชมนกเหยี่ยวจับปลาโดยนก เหยี่ยวพันธ์นี้คือ นกเหยี่ยวออสเปร  Osprey ถือเป็นความลับกว่า 1,000 ปี ในการจับปลา ของ ชาวประมงจีน ที่ใช้กันสืบต่อมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 960 พวกเขาใช้ นกเหยี่ยวน้ำชนิดหนึ่งในการจับปลาในช่วงเช้าชาวประมงจะนั่งอยู่บนแพไม้ไผ่ของพวกเขา และใช้แสงสว่างจากตะเกียงเพื่อดึงดูดปลา นกแต่ละตัวจะถูกใส่บ่วงกับวงแหวนรอบคอของมัน ชาวประมงจะให้มันดำน้ำลงไปเพื่อจับปลา แต่วงแหวนจะป้องกันไม่ให้นกกินปลาตัวใหญ่ได้ นกจะได้กินตัวเล็กๆแทน เมื่อมันขึ้นมาจากน้ำมันจะคายปลาที่คาบอยู่ที่จะงอยปากออกมาให้กับชาวประมง    จากนั้น        นำท่านขึ้น เรือชมวิว ล่องชมความงามของเมืองเชียงรุ้ง ในยามราตรี เรือลำนี้จะล่องไปตามแม่น้ำ ล่านชังเจียงหรือแม่น้ำโขงตอนบน ผ่านชมความงามของเมืองเชียงรุ้งยามพลบค่ำ พร้อมชมชุมชนน้อยใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ชมการแสดงพื้นเมืองบนเรือระหว่างล่องเรือ   แล้วพาท่าน ชมน้ำพุดนตรี เป็นการแสดงนํ้าพุแสงสีเลเซอร์ที่วิจิตรงดงาม ริมแม่น้ำโขง โดยมีแสงสีในยามราตรีของอุทยาน 9 จอม 12 เชียง เป็นฉากหลัง สวยงามมากโชว์มีทุกวันพุธ เวลา20:30 และ วันศุกร์ ส่วนวันเสาร์ จะมี 2รอบ เวลา20:30และ21:30น.
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร    จากนั้น       พาท่าน ช้อปปิ้งถนนคนเดิน 2 (ริมน้ำโขง) แล้วเข้าสู่โรงแรมที่พัก

วันที่สาม    วัดป่เจย์-สวนป่าดงดิบ–โชว์นกยูง-บ้านเผ่าไอนี่-ชมโชว์พาราณศรี-เมืองใหม่9จอม12เชียง-ช้อปปิ้งถนนคนเดิน

เช้า        อรุณสวัสดิ์ยามเช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านเที่ยวชม วัดป่าเจ(วัดป่าเชต์มหาราชฐาน)   เป็นวัดพุทธหินยาน(เถรวาส) วัดแห่งนี้ เคยเป็นวัดที่เจ้าปกครองสิบสองปันนาได้ใช้เป็นที่ไหว้พระและประกอบศาสนกิจ ภายในวัดมีวิหาร อุโบสถและกุฏิซึ่งเป็นที่จำวัดของพระสงค์ รวมไปถึงอาคารที่เป็นที่ตั้งของวิทยาลัยพุทธศาสนาของมณฑลยูนนานอีกด้วย ในปัจจุบันมีชาวไทลื้อและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามานมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิภายในวัดอยู่ไม่ขาดสาย เพราะเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดเป็นเหมือนวิทยาลัยสงฆ์ในเมืองเชียงรุ่ง ด้วยในอดีตนั้น ชาวเชียงรุ่งนิยมส่งลูกชายเข้ามาบวชเรียนตั้งแต่เล็กๆ โดยบวชเณร เรียกว่าบวชลูกแก้ว และเมื่ออายุครบบวชก็จะต้องบวชเรียนศึกษาพระธรรมเสียก่อนจึงจะได้เป็นที่ยอมรับจากสังคม ซึ่งก็คงเหมือนกับความเชื่อของคนไทยในอดีต ภายในวัดมีเจดีย์ขาว องค์จำลอง และเจดีย์แปดเหลี่ยม เป็นที่เคารพสักการะของชาวไทลื้ออย่างมาก นอกจากนั้นอุโบสถของวัดป่าเจศิลปะแบบไทลื้อก็ยังสวยงามมากอีกด้วย วัดป่าเจเป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมพุทธศาสนาของสิบสองปันนา เป็นดินแดนแห่งความศักดิ์สิทธิ์พุทธศาสนาของชนชาติไต วัดป่าเจยังเป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังของพุทธศาสนา นอกจากลือชื่อลือนามภายในประเทศ ยังมีชื่อเสียงไปยังเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย สิ่งปลูกสร้างที่สำคัญของวัดป่าเจมีวิหารใหญ่สำหรับการไหว้พุทธ ห้องศีล ตึกกุฎิเจ้าอาวาส และ สถาบันพุทธศาสนา
เที่ยง         รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านเดินทางสู่ สวนป่าดงดิบ เป็นป่าดงดิบเขตร้อนที่อยู่ใกล้เมืองเชียงรุ้งที่สุด ภายในสวนป่าดงดิบมีสภาพเป็นป่าเขตร้อน ซึ่งเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์นานาชนิด ชม นกยูง เป็นร้อยๆ ตัว ลงมาจากภูเขาโดยการเป่านกหวีดเป็นที่ชื่นชอบของผู้มาเยือน นกยูงเป็นสัญลักษณ์ของสิบสองปันนา ร่วมกันถ่ายรูปนกยูงอย่างจุใจ นำชม การแสดงของชนพื้นเมือง รวมไปถึงการแสดงพื้นเมืองของชนกลุ่มน้อย การแสดงของเผ่าไอนี (อีก้อ) และชมหมู่บ้านเก่าแก่ของเผ่าไอนี(อีก้อ) ต่อด้วยชมการแสดงชุดอลังการชื่อ ชุดพาราณสี หากท่านพลาดการเข้าชมโชว์ชุดนี้ก็เหมือนกับท่านมาไม่ถึงสิบสองปันนา เพราะเป็นการแสดงที่สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนสิบสองปันนา ซึ่งเปรียบเสมือนเมืองของพระพุทธเจ้า คือ เมืองพาราณสี

เย็น       รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก พักผ่อนหรือท่องราตรี ช้อปปิ้งถนนคนเดิน อิสระให้ท่านช้อปปิ้ง ในตรอกซอกซอยต่างๆมีสินค้าให้เลือกสรรมากมาย แล้วเข้าสู่โรงแรมที่พัก

วันที่สี่    เมืองเชียงรุ้ง-บ่อหาญ–บ่อเต็น-หลวงน้ำทา-อ.เชียงของ

06.00 น.       อรุณสวัสดิ์ยามเช้า รับประทาน อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหาร  ออกเดินทางสู่ด่านพรมแดน ผ่านเมืองหล้า เมืองหน้าด่านของจีนที่ติดกับประเทศลาว แล้วนำท่านเดินทางต่อไปยังด่านบ่อหาญ เพื่อกลับสู่ลาวที่ด่านบ่อเต็น
11.00 น.       เดินทางถึงด่านบ่อหาญ   นำท่านผ่านด่านพรมแดนเข้าสู่ด่านบ่อเต็น สปปลาว
12.30 น.       พัก รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารครัวไทย หลวงน้ำทา ออกเดินทางต่อสู่เมืองห้วยทราย
17.00 น.       เดินทางถึงเมืองห้วยทราย นำท่านประทับตราหนังสือเดินทางและผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งสัมภาระทุกอย่างของท่านต้องลากผ่าน ตม.ทั้งสองฝั่ง และนั่งรถปรับอากาศโดยสาร ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 4 กลับสู่ประเทศไทยที่ด่านอำเภอเชียงของ แล้วส่งคณะออกเดินทางกลับพร้อมความประทับใจในการเดินทาง                 

..........................................................

ในโปรแกรมทัวร์มีลงร้าน ช้อปปิ้งรวมทั้งหมด 3-4 ร้านแทรกในแต่ละวันได้แก่ ร้านสมุนไพร ร้านหยก ร้านยา ร้านตีมีดไทยลื้อ

สิ่งที่ควรเตรียมไป - สัมภาระส่วนตัว เช่น เสื้อแขนยาว,ร่ม,ครีมกันแดด,หมวก,ยารักษาโรคประจำตัว,ของใช้ส่วนตัว,รองเท้าสวมใส่สบาย รวมทั้งคนรู้ใจ 
 

หมายเหตุ

บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการทัวร์ได้ตามความเหมาะสมหากมีเหตุจำเป็น เนื่องจาก สภาพอากาศ การจราจร การเมือง หรือด้วยสาเหตุอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะยึดถือผลประโยชน์ และความปลอดภัยของท่านเป็นสำคัญ และทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการออกนอกประเทศหรือห้ามเข้าประเทศในกรณีที่ท่านถูกปฏิเสธมิให้ผ่านขั้นตอนพิธีการตรวจคนเข้า-ออกนอกเมือง จากเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งในประเทศ และต่างประเทศ อันเนื่องมาจากผู้เดินทางมีสิ่งผิดกฎหมายเอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง และความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือด้วยเหตุผลอื่นใดก็ตามที่ทางเจ้าหน้าที่ได้พิจารณาแล้ว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมด

Powered by MakeWebEasy.com