กัมพูชา นครวัด นครธม กรุงพนมเปญ4วันเข้าอรัญญฯ ช่องจอม ช่องสะงำ

Last updated: Feb 6, 2020  |  1926 จำนวนผู้เข้าชม  |  ทัวร์กัมพูชา

กัมพูชา นครวัด นครธม กรุงพนมเปญ4วันเข้าอรัญญฯ ช่องจอม ช่องสะงำ

   


ง่ายๆ แสกน QR Code เพื่ออ่านโปรแกรมผ่านมือถือของท่าน
 โปรแกรมทัวร์ กัมพูชา พนมเปญ 4 วัน 3 คืน(ไปรถ-กลับรถ)
วันแรก :   อรัญประเทศ – พระตะบอง-พนมเปญ
06.00 น. คณะเดินทางถึง  อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เข้าห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัว รับประทานอาหารเช้า (1)  ออกเดินทางต่อสู่ด่าน ตลาดโรงเกลือ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ไทย-กัมพูชา หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ออกเดินทางสู่กรุงพนมเปญ ผ่านเมือง ศรีโสภณ เมืองพระตะบอง เมืองกำปงชนัง
12.30 น. ถึง เมืองพระตะบอง รับประทานอาหาร(2) ที่ร้าน ประกายพรึก ออกเดินทางต่อสู่กรุงพนมเปญ
16.00 น. ถึง พนมเปญ หรือ ภนุมปึญ Phnom Penh อีกชื่อหนึ่งคือ ราชธานีพนมเปญ เป็นเมืองหลวงของประเทศกัมพูชา และยังเป็นเมืองหลวงของนครหลวงพนมเปญด้วย ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่า ไข่มุกแห่งเอเชีย (เมื่อคริสต์ทศวรรษ 1920 พร้อมกับเมืองเสียมราฐ) นับเป็นเมืองที่เป็นเป้าการท่องเที่ยวทั้งจากผู้คนในประเทศและจากต่างประเทศ พนมเปญยังมีชื่อเสียงในฐานะที่มีสถาปัตยกรรมแบบเขมรดั้งเดิมและแบบได้รับอิทธิพลฝรั่งเศส กรุงพนมเปญเป็นเมืองที่ล้อมรอบด้วยจังหวัดกันดาล และเป็นเมืองศูนย์กลางการค้า การเมือง และวัฒนธรรมของกัมพูชา มีประชากรถึง 2 ล้านคน จากประชากรทั้งประเทศ 15.2 ล้านคน
แล้วนำท่านล่องเรือชมความงามของ ทะเลสาบจตุมุข ของลำน้ำของแม่น้ำ 4 สายที่ไหลมาบรรจบกัน อันได้แก่ แม่น้ำที่ไหลจากโตนเลสาบและโตนเลบาสัก ไหลรวมกับแม่น้ำโขงที่แบ่งเป็น แม่น้ำโขงเหนือและแม่น้ำโขงใต้ จึงเรียกว่า “จตุมุข” ชมพระอาทิตย์ตกดินยามเย็นผ่านตัวพระราชวังเขมรินทร์ สวยงามยิ่งนัก
18.00 น. รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร (3) กลับสู่ที่พัก หรือเดินชมบรรยากาศของกรุงพนมเปญ ตามอัธยาศัย

 
วันที่สอง   :  กรุงพนมเปญ- พระราชวังเขมรินทร์ - คุกตวลแสลง – เมืองเสียบเรียบ
06.00 น.    อรุณสวัสดิตอนเช้า รับประทานอาหาร(4) ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เข้าชม พระบรมราชวังในพระราชาณาจักรกัมพูชา หรือ พระบรมราชวังจตุมุขสิริมงคล เป็นพระราชวังที่ตั้งอยู่ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา พระเจ้าแผ่นดินกัมพูชาเสด็จประทับที่นี้นับแต่แรกสร้างใน ค.ศ. 1866 และเสด็จไปประทับที่อื่นเมื่อบ้านเมืองวุ่นวายเพราะเขมรแดงเรืองอำนาจ ชาวไทยมักเรียกพระราชวังแห่งนี้ว่า "พระราชวังเขมรินทร์" ผนังด้านในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ ท้องพระโรงนี้ใช้เป็นที่จัดงานพระราชพิธีราชาภิเษกกษัตริย์เขมร ส่วนพระเจดีย์เงินซึ่งถูกเรียกขานตามลักษณะการก่อสร้างโดยมีแผ่นพื้นทำจากแผ่นเงินกว่า 5,329 แผ่นนั้น จึงมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Silver Pagoda  รู้จักกันในนามวัดพระแก้ว เพราะเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตสมัยศตวรรษที่ 17 และพระพุทธรูปทองที่หล่อด้วยทองคำบริสุทธิ์ประดับด้วยเพชรกว่า 1 หมื่นเม็ด พระบรมราชวังนี้สร้างขึ้นหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระนโรดม พรหมบริรักษ์ ทรงย้ายเมืองหลวงจากกรุงอุดง มายังกรุงพนมเปญ ในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 พระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของลำน้ำของแม่น้ำ 4 สายที่ไหลมาบรรจบกัน อันได้แก่ แม่น้ำที่ไหลจากโตนเลสาบและโตนเลบาสัก ไหลรวมกับแม่น้ำโขงที่แบ่งเป็น แม่น้ำโขงเหนือและแม่น้ำโขงใต้ จึงเรียกว่า “จตุมุข” ที่สื่อถึง พระพรหม ผู้มี 4 หน้า พระราชวังยังหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีอาคารที่แตกต่างกัน และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมในปัจจุบัน สถานที่ส่วนใหญ่ภายในเขตพระราชวังเปิดให้เข้าชมได้ ยกเว้นเขตหวงห้ามบางเขต เช่น เขตพระราชฐานที่ประทับ  แล้วนำคณะไปที่ พิพิธภัณฑ์  อดีตสงครามล้างเผ่าพันธุ์ ที่ใช้เป็นที่คุมขังนักโทษ คุกตวลสแลง TOUL SLENG หรือค่าย S-21 แปลว่า เนินสารพัดพิษหรือที่คุมขังนักโทษ ซึ่งเดิมเป็นโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ของกรุงพนมเปญ ใน ปี พ.ศ. 2519 ผู้นำเขมรแดงได้เปลี่ยนจากโรงเรียนเป็นสำนักงานรักษาความปลอดภัยที่ 21และเปลี่ยนตัวอาคารโรงเรียนเป็นที่คุมขังทรมานพวกปัญญาชน คนที่ถูกทรมานในคุกแห่งนี้มีหลายเชื้อชาติ เช่น เวียดนาม ลาว ไทย อินเดีย ปากีสถาน อังกฤษ อเมริกัน แคนาดา นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย โดยถูกจับมาทั่วเขมรซึ่งมีหลายอาชีพ ทั้งชาวนา วิศวกร ช่างเทคนิค นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ และข้าราชการ โดยมีเหยื่อที่ถูกทรมานทั้งสิ้น 10,499 คน ทั้งหญิงและชาย ทั้งนี้ไม่รวมเด็กๆที่ถูกฆ่าทิ้งอย่างโหดเหี้ยมอีกเป็นจำนวนมากด้วย ปัจจุบันนี้คุกตวลสแลงได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ไปแล้ว ผู้ที่จะเข้าไปชมต้องเสียเงินค่าเข้าเพื่อไปดูภาพความโหดเหี้ยมและความหดหู่ที่เก็บเป็นหลักฐานอยู่ภายใน ซึ่งจะทำให้ผู้เข้าชมไม่อยากเชื่อว่า มนุษย์ด้วยกันจะกล้ากระทำกับมนุษย์ด้วยกันเองได้ถึงขนาดนี้  เลื่องลือถึงเรื่องของความโหดร้ายทารุณ

เที่ยง  รับประทานอาหารเที่ยง (5) แล้วออกเดินทางสู่เมืองเสียบเรียบ
17.00 น. คณะเดินทางถึง เมืองเสียมเรียบ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (6)  เข้าที่พัก โรงแรมเมืองเสรียมเรียบ พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สาม  :  ปราสาทบันทายศรี-ปราสาทตาพรหม- นครธม-นครวัด
06.00 น.  อรุณสวัสดิตอนเช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารโรงแรม นำคณะเข้าชม ปราสาทบันทายศรี อัญมณีเพชรน้ำเอกทางลวดลาย เป็นปราสาทหินที่ถือได้ว่างดงามที่สุดใน  ประเทศกัมพูชา เนื้อหินทรายสีชมพูสลักลาย  มีความกลมกลืนอย่างสมบูรณ์  คมบางชัดเจนเป็นงานประณีตที่สุดของงานแกะสลักหินทราย ได้รับการขนานนามว่าเป็น รัตนะแห่งกำพูชา เป็นปราสาทแห่งเดียวที่สร้างเสร็จแล้วกว่า 1000 ปี แต่ลวดลายก็ยังมีความคมชัด เหมือนกับสร้างเสร็จใหม่ ๆปราสาทบันทายศรี หรือเรียกตามสำเนียงเขมรว่า บันเตียไสร หมายถึง ปราสาทสตรีหรือป้อมสตรี อยู่ห่างจากตัวเมืองเสียมราฐไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร ใกล้กับแม่น้ำเสียมราฐในบริเวณที่เรียกว่า อิศวรปุระ หรือเมืองของพระอิศวร
 

10.00 น.  นำคณะเข้าชม ปราสาทตาพรหม สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1729 เป็นปราสาทหินในยุคท้ายๆ ของอาณาจักรเขมร ปราสาทเหล่านี้ถือว่าเป็นสถานที่ของพระพุทธศาสนาที่สมัยนั้นมีความเจริญ รุ่งเรืองอย่างมาก เพราะสมัยนั้นกษัตริย์ที่สนับสนุนให้มีการสร้างปราสาทนี้เป็น วัดในศาสนาพุทธ การดูแลปราสาทต่างๆนั้นรัฐบาลได้ทำการตัดต้นไม้ออกจากปราสาทอื่นๆ เพราะกลัวว่าประสาทจะล้มลงหากต้นไม้ใหญ่โตมากๆ แต่สำหรับปราสาทตาพรมนั้นรัฐบาลมีแนวคิดที่จะคงต้นไม้ไว้เหมือนโบราณที่มีต้นไม้ขึ้นบนปราสาทแทบทุกปราสาทจึงกลายเป็นลักษณะเด่นของปราสาทตาพรหมคือมีต้นสปงใหญ่ขึ้นคลุมตัวปราสาทเป็นจำนวนมาก ดูลึกลับเหมือนอยู่ในเขาวงกต ปราสาทตาพรมนั้น ในรัชกาลที่กษัตย์นิยมฮินดูได้อำนาจคืนจากกษัตริย์นับถือพุทธ จึงให้มีการทำลาย และมีร่องรอยการทำลายมากที่สุด เพราะความต่างของการนับถือศาสนา ปราสาทตาพรมจึงไม่หลงเหลือศิลปะให้เห็นมากนัก เนื่องจากใช้ถ่ายทำหนังหลายเรื่อง เช่น ทูมไรเดอร์ เจมส์บอนด์ ฯลฯ นักท่องเที่ยวจึงเข้าคิวเพื่อถ่ายรูปกับรากไม้มากกว่าซาบซึ้งในศิลปกรรม

12.00 น. รับประทานอาหาร ที่ภัตตาคารทะเลสาบ
13.00 น. นำคณะสู่ นครธม เริ่มจากสะพานนาคราช ซึ่งด้านหนึ่งเป็นศิลาสลักเป็นรูปเทวดากำลังฉุดนาค ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นรูปอสูรซึ่งมีขนาดใหญ่มากกว่า 5 เท่าคนจริงรวมกันถึง 108 ตน เป็นสะพานที่กษัตริย์เขมรใช้เป็นทางเสด็จผ่านเข้าออกเมืองนครธมของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7  นำชมประตูเมือง ที่มียอดเป็นรูปพระโพธิสัตว์หันพระพักตร์ไปทั้ง 4 ทิศที่วิจิตรพิสดารกว่าในประตูเมืองในประเทศต่างๆ ที่ท่านเคยพบมา จากนั้นชม ปราสาทบายน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอังกอร์ธมหรือนครธม เป็นสุดยอดของปราสาทเขมรในยุคเสื่อมคือ ในรัชกาลของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ยอดปราสาทขนาดยักษ์ทุกหลังจะแกะเป็นเทวพักตร์ 4 หน้าหันออกไปทอดพระเนตรความเป็นไปและทุกข์สุขของประชาชนทั้ง 4 ทิศ เดินทางผ่านชมพลับพลาหรือ บัลลังก์ช้าง ซึ่งฐานของพลับพลาสร้างด้วยหินจำหลักเป็นรูปการจับช้างและครุฑยาวประมาณ 300 เมตร เป็นสถานที่กษัตริย์นั่งทอดพระเนตรการสวนสนาม การซ้อมรบ และการเฉลิมฉลองต่างๆ 

15.00 น. นำคณะเข้าชมความยิ่งใหญ่อลังการของ เมืองมรดกโลก 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก “นครวัด” สร้างขึ้นโดย      พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ในศาสนาฮินดูเพื่อบูชาพระวิษณุเทพ สุดยอดปราสาทหินใหญ่โตกว่าสถานใดๆทั้งหมด ใช้หินล้วนๆเนรมิตรูปทรง ที่สุดแห่งปราสาทหินทั้งหลาย เปรียบเสมือนวิมานของเทพเจ้าสูงสุดที่บรรจงชะลอลงมาประดิษฐานไว้ในโลกมนุษย์และถือว่าเป็นสถานที่สุดยอดในการเดินทางครั้งนี้ นั่นคือปราสาทนครวัด ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.1650-1720 โดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 โดยถวายเป็นพุทธบูชา ชมรูปสลักนางอัปสรนับหมื่นองค์ ชมภาพแกะสลักนูนต่ำ การกวนเกษียรสมุทร ซึ่งเป็นพิธีกรรมโบราณอันศักดิ์สิทธิ์ น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ท่านจะได้ชมภาพการยกกองทัพของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 โดยมีภาพกองทัพของเสียมกุก ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของพวกเราชาวไทยปรากฏอยู่ด้วย   เราจะใช้เวลาตลอดทั้งบ่ายวันนี้ชื่นชมกับความมหัศจรรย์ของคน โบราณ ที่สร้างสรรค์สถาปัตยกรรมอันวิจิตรที่อาจเปรียบ เทียบกับบุโรพุทโธของชวา และปิรามิดของอียิปต์ ได้อย่างไม่น้อยหน้ากันจนท่านอาจรู้สึกว่าเข็มนาฬิกาของท่านหมุนไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน

19.00 น. รับประทานอาหารที่ ภัตตาคาร พร้อมชมการแสดงพื้นเมืองอันลือชื่อชุด ระบำอัปสรา ที่ตระการตาในแบบศิลปะขะแมร์ ด้วยเครื่องประดับศีรษะและท่วงท่าร่ายรำ อันเป็นเอกลักษณ์ที่ถอดแบบมาจากรูปสลักหินนางอัปสราในปราสาทนครวัด ประหนึ่งทำให้นางอัปสราซึ่งเป็นรูปสลักหินนับพันปีมีชีวิตขึ้นมาผ่านการแสดงนี้
21.00 น. เข้าที่พักโรงแรม Smiling Hotel and Spa หรือเทียบเท่า พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สี่  : เสียบเรียบ - โตนเลสาบ- องค์เจ๊ก องค์จอม - ปอยเปต-สระแก้ว
06.00 น.  อรุณสวัสดิตอนเช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารโรงแรม นำเดินทางสู่ โตนเลสาบ ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของประเทศกัมพูชา ทะเลสาบแห่งนี้เกิดจากแม่น้ำโขง ซึ่งแม่น้ำโขงไหลผ่านมีความยาวถึง 500 กม.ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดของประเทศกัมพูชา ได้แก่ กำปงธม กำปงชนัง โพธิสัตว์ พระตะบอง และเสียมราฐ และทะเลสาบแห่งนี้ยังเป็นที่ค้นพบหนึ่งในราชกกุธภัณฑ์พระแสงขรรค์ชัยศรี อีกด้วย โตเลสาบ เป็นทะเลสาบที่มีปลาชุกชุมมากแห่งหนึ่งประมาณ 300 กว่าชนิด จึงมีชาวกัมพูชาจำนวนมากที่ประกอบอาชีพประมงในบริเวณทะเลสาบแห่งนี้ ตลอดสองฝากฝั่งชมหมู่บ้านชาวประมงและวิธีชีวิตของชาวประมง ซึ่งเป็นบ้านแบบเรือนแพ มีชาวเขมร เวียดนาม และจาม อพยพมาอาศัยอยู่บริเวณแห่งนี้ บรรยากาศเวิ้งว้างเหมือนอยู่ในทะเลกว้าง เก็บภาพแห่งความประทับใจ
 
ออกเดินทางสู่เมืองเสียมเรียบจากนั้นนำคณะไป นมัสการพระประจำเมือง คือ องค์เจ็ค องค์จอม ซึ่งเป็นสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเขมรให้ความเคารพนับถือเปรียบเสมือนศาลหลักเมืองมีค้างคาวแม่ไก่คอยอาศัยบารมีหากินอยู่บริเวณนั้นจำนวนมาก ตามประวัติเล่าว่าองค์เจ็กกับองค์จอมเป็นพี่น้องกันและมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก วันหนึ่งหลังจากที่ไปทำบุญมากลับบ้านก็นอนหลับแต่กลับไม่พื้นขึ้นมาอีกบิดาและมารดาเกิดความเสียใจและอาลัยในตัวของลูกสาวทั้งสองคนเป็นอย่างมาก จึงได้ก่อสร้างพระพุทธรูปขึ้นมาสององค์ องค์ใหญ่นามว่าองค์เจก และ องค์เล็กนามว่าองค์จอม และมีความศักดิ์สิทธิ์มากเปรียบเสมือนเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของเมืองเสียมราฐ  
เที่ยง    รับประทานอาหารเที่ยงแบบบุบเฟ่ต์ ณ ภัตตาคาร  เข้า ช้อบปิ้งที่ตลาดซาจ๊ะ เป็นตลาดกลางเมืองเสียบเรียบ มีไม้แกะสลัก เพชร พลอย เสื้อผ้าของที่ระลึกมากมายเป็นของฝากของคนที่บ้าน
14.00 น.  แล้วออกเดินทางสู่ด่านปอยเปต อรัญประเทศ
17.00 น. คณะเดินทางถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง สู่ด่านอรัญประเทศ เก็บสัมภาระเปลี่ยนรถ ออกเดินทางกลับพร้อมความประทับใจจากทีมงาน
 
.........................................................................................................
 
*โปรแกรมอาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของเวลา เราจะถือเอาผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
*การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการหรือถูกปฏิเสธการเข้าเมืองไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆทั้งสิ้นลูกค้าไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย
*การเดินทางท่องเที่ยวเส้นนี้ต้องนำบัตรประชาชนติดตัวไปด้วย เพราะมีการตรวจการเข้าออกทุกครั้ง

สิ่งที่ควรเตรียมไป - สัมภาระส่วนตัว เช่น เสื้อแขนยาว,ร่ม,ครีมกันแดด,ยารักษาโรคประจำตัว,ของใช้ส่วนตัว,รองเท้าสวมใส่สบาย รวมทั้งคนรู้ใจ 
 
 
 ทัวร์กัมพูชา เสียมเรียบ+พนมเปญ 4วัน 3คืน ยังไม่รวมด่าน VIP.200บาท
ด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว,ด่านช่องจอม จ.สุรินทร์,ด่านช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ
โรงแรม/จำนวน2-4ท่าน5-7ท่าน8-10ท่านพักเดี่ยว
3ดาว10,9009,9009,5002,500
4ดาว11,30010,3009,9003,000
ไม่มีราคาเด็ก
 
  • าคาค่าบริการนี้รวม
  • ค่ารถนำเที่ยวตามโปรแกรม
  • ค่าโรงแรมที่พัก 3 คืน (พักห้องละ 2-3 ท่าน)  พร้อมอาหารตามที่ระบุในโปรแกรม
  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ที่ระบุอยู่ในรายการ
  • มัคคุเทศก์ ท้องถิ่นพูดภาษาไทย
  • ค่าประกันภัยการเดินทาง 1,000,000 บาท  (ตามเงื่อนไข)

    ราคาค่าบริการนี้ไม่รวม  
  • ค่าธรรมเนียมการผ่านแบบวีไอพี 200 บาท
  • ค่ารถยนต์รับ-ส่ง จ.สระแก้ว
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าเครื่องดื่ม ค่าซักรีด ฯลฯ
  • ค่าทิปไกด์ ทิปหัวหน้าทัวร์ และคนขับรถ เก็บท่านละ 100 บาท/คน/วัน
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% (กรณีต้องการใบเสร็จ)

    เตรียมเดินทาง  - ส่งสำเนาหนังสือเดินทาง (PASSPORT) อายุเหลือก่อนเดินทาง 6 เดือน และมีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า ส่งก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 10 วัน  
    - เงินมัดจำล่วงหน้า 20% ณ วันจองทัวร์ ส่วนที่เหลือชำระก่อนวันเดินทาง 7 วัน
    โอนเข้าบัญชี นายณรงค์ฤทธิ์  จันทร์ทรง
    * ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยช่องเม็ก บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 896-2-05363-4
    * ธนาคารกรุงไทย สาขาโขงเจียม บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 338-0-17263-4
    * ธนาคารกสิกรไทย สาขาพิบูลมังสาหาร บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 361-2-45730-0
 
บริษัทอุ้มรักทัวร์ จำกัด ใบอนุญาตนำเที่ยวเลขที่ 51/00519
นายณรงค์ฤทธิ์ จันทร์ทรง (คุณอุ้ม)
Tel. 084-513-5577,062-496-9889,083-734-7555, Tel/Fax 045-476199
เลขที่ 476 ม.13 ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ. อุบลราชธานี 34350
Email:aumlucktour@hotmail.co.th    www.aumlucktour.com     https://www.aumlucktour.net/

Powered by MakeWebEasy.com